posted on 26 Nov 2009 11:08 by greenpeacesea
การปฏิบัติการของกรีนพีซกำลังเกิดขึ้นในป่าในอินโดนีเซีย
นักกิจกรรมกำลังหยุดการทำลายสภาพภูมิอากาศในขณะนี้
เมื่อวานนี้ นักกิจกรรม 13 คนหยุดการทำงานของรถเครน ที่โรงงานเยื่อกระดาษและกระดาษที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และนักกิจกรรม 4 คนยังคงอยู่ประจำที่มามากกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งเท่ากับเวลาที่การดำเนินการส่งออกของโรงงานถูกหยุดลง
การทำลายป่าเป็นสาเหตุรากฐานของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 ส่วน (20%) และป่าฝนอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในที่ที่ป่าถูกทำลายมากที่สุด
เหลือเพียง 11 วันก่อนการประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนักกิจกรรมของเรากำลังส่งข้อความอันชัดเจนไปยังผู้นำโลกว่า พวกเขาต้องปัดเป่าหายนะโลกร้อน โดยเห็นชอบข้อตกลงที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และมีผลบังคับตามกฎหมาย ณ การประชุมสุดยอดโลกร้อน
ติดตามข่าวล่าสุดจากการปฏิบัติการ และร่วมสนับสนุนผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศของเรา
ขอขอบคุณ
ในนามของนักกิจกรรมผู้กล้าหาญ
กรีนพีซ
บล็อกผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Twitter
Facebook
ลงมือทำไปพร้อมๆ กับผู้พิทักษ์ป่า กู้วิกฤตโลกร้อน ของเรา!!

edit @ 26 Nov 2009 11:12:31 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
posted on 19 Nov 2009 17:05 by greenpeacesea
เราผิดหวังเมื่อได้ทราบข่าวว่าโอบามาขัดขวางความคืบหน้าของการเจรจาโลกร้อน โดยเลื่อนเวลาสำหรับการตัดสินใจเรื่องเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนทางการเงิน และ การถ่ายโอนเทคโนโลยีบรรเทาและปรับตัวโลกร้อน สำหรับช่วยเหลือประเทศที่ำกำลังพัฒนา แ่ต่เรายังเดินหน้ากิจกรรมเพื่อยุติการทำลายป่าในอินโดนีเซียต่อไป
ข่าวในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ของค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ มีดังนี้
ตำรวจได้ออกคำสั่งขับไล่ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ แต่แรงสนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่น 300 คน ที่มาชุมนุมสนับสนุนในค่าย ทำให้นักกิจกรรมคงอยู่ในค่ายได้ต่อไป
แรงสนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่น 300 คน ที่มาชุมนุมสนับสนุนในค่าย ทำให้นักกิจกรรมคงอยู่ในค่ายได้ต่อไป
ตำรวจอินโดนีเซียได้เริ่มการขมขู่ โดยกักตัวนักข่าวต่างชาติ 2 คน และนักกิจกรรมกรีนพีซเพิ่มอีก โดยปราศจากข้อกล่าวหา มีเพียง "ข้อสงสัย" โดยนักกิจกรรมกรีนพีซที่ถูกกักตัวเพิ่มมาจากเยอรมนี อิตาลี และ เบลเยียม ส่วนนักข่าวต่างชาติ 2 คนมาจากอินเดีย (นสพ. Hindustan Times) และ อิตาลี (นสพ. L'Espresso) กรีนพีซได้รับแรงสนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่นหลังตำรวจขมขู่อีกครั้ง
เวลาต่อมานักกิจกรรมและนักข่าวต่างชาติได้รับการปล่อยตัวชั่วครู่ แต่ต้องกลับสู่สถานีตำรวจเพื่อการสอบสวนรอบใหม่
เรื่องขำๆ ที่เกิดขึ้นก็คือ ตำรวจอินโดนีเซียแลกเบียร์เย็นๆ กับเสื้อยืดผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ จากนักกิจกรรมที่ถูกกักตัว
หลังการสอบสวนรอบใหม่ ผลปรากฏว่านักกิืจกรรมกรีนพีซอีกคนถูกส่งตัวกลับประเทศจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ โดยทอมจากเบลเยียมถูกนำตัวออกจากค่าย
เหตุการณ์ดำเนินไปจึงขั้นสุดจะทน เมื่อนักกิจกรรมกรีนพีซอีก 2 คน นักข่าว 2 คนดังกล่าว ที่ถูกสอบสวนข้ามคืน จะถูกส่งตัวกลับประเทศ 'กิจกรรมผิดกฎหมาย' ถูกยกขึ้นมาอ้างเป็นเหตุผลการส่งตัวออกนอกประเทศ ทั้งๆ ที่พวกเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการหยุดยืนบนถนน และมองดูการทำลายป่า
อ่านบล็อกเหตุการณ์การถูกขมขู่นักกิจกรรมกรีนพีซ สือมวลชนอิสระ และ ชุมชนท้องถิ่น ได้ที่ http://bit.ly/forestblogth
วันต่อมานักกิจกรรมอินโดนีเซียอีกคนถูกสอบสวน นั่นคือ บุสตาร์ ซึ่งเป็นผู้นำทีมรณรงค์ปกป้องป่าประจำกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นส่วนหนึ่งของค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ
ในวันเดียวกัน นักกิจกรรมอินโดนีเซีย 4 คน จากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศได้ถูกสอบสวนที่สถานีตำรวจ แต่ไม่มีการจับกุม
ทำไมเราต้องทำสิ่งนี้
เพราะการปล่อยก๊าซคาร์บอน สาเหตุของภาวะโลกร้อน มาจากการทำลายป่าและป่าพรุ ถึง 1 ใน 5 ส่วน ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของโลก เยี่ยมค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. คูมิ ไนดู ผู้เป็นนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนมายาวนาน รับช่วงต่อตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารกรีนพีซ เขากล่าวว่า "วันนี้ผมมีส่วนร่วมกับกรีนพีซลงมือปฏิบัติการกู้วิกฤตโลกร้อนพร้อมกับนักกิจกรรมผู้หาญกล้า เช่นในอินโดนีเซีย "ธรรมชาติไม่สามารถเจรจาต่อรอง" คูมิ ไนดู กล่าวกับเจ้าหน้าที่กรีนพีซ เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดโลกร้อน ที่โคเปนเฮเกน นอกจากนี้เขากระตุ้นให้โอบามา ใช้ 'ทุนทางการเมือง' เพื่อเห็นชอบข้อตกลงภาวะโลกร้อนจะที่ปกป้องโลกจากหายนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
"เราไม่สามารถเปลี่ยนวิทยาศาสตร์ได้ วิทยาศาสตร์นั้นแจ่มชัดแล้ว เราต้องเปลี่ยนการเมือง อีก 18 วัน ก่อนการประชุมสุดยอดโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกน เราต้องเชิดชูความเป็นหนึ่งเดียวกันขณะที่โลกเผชิญความท้าทายโลกร้อน" คูมิ ไนดู กล่าวกับ BBC เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดโลกร้อน ที่โคเปนเฮเกน
เยี่ยมบล็อกผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ http://bit.ly/forestblogth
หรืออ่านข้อมูลว่าทำไมเราต้องมีค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ
edit @ 19 Nov 2009 17:24:34 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
edit @ 19 Nov 2009 17:24:48 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
edit @ 19 Nov 2009 17:26:57 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
posted on 16 Nov 2009 17:38 by greenpeacesea
เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้วที่ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศตั้งค่ายในคาบสมุทรกัมปาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บก๊าซคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักกิจกรรมกรีนพีซเริ่มปฏิบัติการสันติวิธี ณ พื้นที่ที่ป่าเพิ่งถูกทำลายโดย APRIL หนึ่งในบริษัทผลิตกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรกัมปาร์ เพื่่อต่อต้านการตัดไม้ พวกเขาได้ล็อคตัวเองไว้กับรถขุดและแขวนป้ายผ้า "OBAMA YOU CAN STOP THIS" (โอบามา ท่านหยุดสิ่งนี้ได้)" ขณะเดียวกัน นักรณรงค์อีกส่วนก็แขวนป้ายผ้าแจ้งว่ามันเป็น "CLIMATE CRIME" (อาชญากรรมทางสภาพภูมิอากาศ)
ดูรูปนักรณรงค์เข้ายึดเครื่่องขุดเจาะตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 ได้ที่นี่
นักกิจกรรมสามารถใช้โซ่ล็อคตัวเองเข้ากับรถขุดทั้งหมด 7 คัน ของ APRIL
ในพื้นที่สัมปทานป่าไม้แห่งนี้ เพื่อปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อน นักกิจกรรมประจำที่
อยู่ 5 ช.ม. การปฏิบัติครั้งนี้จำเป็นยิ่ง เพราะ "อินโดนีเซียเป็น
'พื้นที่ระเบิดปรมาณู' ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" นักกิจกรรมกรีนพีซเป็นทีมนานาชาติ จากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย สเปน เยอรมนี เบลเยียม บราซิล และ ฟินแลนด์
หลังล็อครถขุดทั้งหมดได้ ตำรวจท้องถิ่นได้มาเยือนพื้นที่ และจากไปโดยไม่จับกุม และโอบามาได้ปกป้องนักกิจกรรมกรีนพีซจากฝนกระหน่ำอย่างหนัก (พวกเขาใช้ป้ายผ้าโอบามาเป็นที่หลบภัยฝน!) โอบามาให้สัญญาลงมือแก้ปัญหาอย่างแน่นอน
แต่รัฐบาลของเขากำลังบั่นทอนและถ่วงเวลาการเจรจาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกอย่างแข็งขัน
ในขณะที่ปฏิบัติการสันติวิธีดำเินินไป กรีนพีซได้นำเสนอหลักฐานใหม่ เรื่องการถางที่ดิน ณ
การประชุมภาคประชาชนเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ APRIL บริษัทเยื่อกระดาษ
ให้เป็นสีเขียว
ต่อมาเมื่อไม่สามารถต้านทานได้ต่อไป รถขุดสามารถเคลื่อนตัวได้ และนักกิจกรรมกรีนพีซได้รับบาดเจ็บ หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติต่อนักกิจกรรมอย่างกระด้าง นักกิจกรรมทุกคนได้ถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจในอำเภอพาลาลาวัน
แล้วเราก็ได้รับข่าวที่เยี่ยมยอด UPM-Kymmene บริษัทผลิตกระดาษยักษ์ใหญ่ในฟินแลนด์จะยกเลิกสัญญากับ APRIL !
วันต่อมาเวลาบ่ายโมงมีผู้มาเยือนค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศมากมาย ทั้งผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนกรีนพีซ ที่มากันเต็มลำเรือ ทำให้จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นถึง 300 คน ที่ค่าย แต่ไม่ได้มีความสุขไปเสียทุกคน ชมภาพผู้ประท้วงค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐมาถึงค่ายพร้อมกัน หัวหน้าตำรวจท้องถิ่นมาพร้อมใบแจ้งสั่งการให้ออกจากพื้นที่ภายใน 18.00 น. แต่การเจรจาได้ช่วยยืดเวลาออกไปอีก
ป้ายของผู้ประท้วงระบุว่าพวกเขาไม่ต้องพึ่งพากรีนพีซ
แต่เมื่อได้เห็นการทำลายป่า ฉันคิดว่าผืนป่าพรุต้องพึ่งพากรีนพีซ
และแรงสนับสนุนจากประชาชนท้องถิ่น
เมื่อนักกิจกรรม 15
คนถูกบังคับให้ออกจากค่าย
ในฐานะเป็นความตั้งใจดีแลกกับการอยู่ในค่ายต่ออีก 24 ช.ม. จึงเกิดฉากสะเทือนอารมณ์ขึ้น หลายคนหลั่งน้ำตา นี่เป็นภาพนักกิจกรรมส่วนหนึ่งจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศที่ถูกขับไล่หลังการปฏิบัติการในสัปดาห์นี้ พวกเขากล่าวอำลาด้วยความเศร้า ก่อนถูกขับไล่ออกจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ นักกิจกรรมต่างประเทศ 11 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสั่งขับไล่ออกนอกประเทศ พวกเขาล้วนปฏิบัติการสันติวิธี อ่านเพิ่มเติมที่บล็อกของเรา
แต่แล้ว พลังมวลชนได้รับชัยชนะ! เราได้รับการผัดผ่อน! การขับไล่ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศจากแรงกดดันของอาชญากรสภาพภูมิอากาศถูกยุติลง! กรีนพีซและชุมชนท้องถิ่นได้รับชัยชนะ! แรงสนับสนุนจากประชาชนในท้องถิ่น 300 คนทำให้เราสามารถคงอยู่ในค่ายต่อไป
ในขณะที่นักกิจกรรมที่ปฏิบัติการในสัปดาห์นี้กำลังถูกส่งตัวออกนอกประเทศ เราใจคอเบิกบานที่ได้รับแรงสนับสนุนมากนักจากชุมชนในท้องถิ่น
จีซัส ผู้กำลังจะถูกส่งตัวกลับ: "ไม่ยุติธรรมที่การฉ้อราษฎร์บังหลวงยังคงขัดขวางการอนุรักษ์ป่าที่สำคัญยิ่ง และสิทธิของชุมชน"
พาโบล
ผู้กำลังจะถูกส่งตัวกลับ: "ผมภูมิใจกับสิ่งที่เราได้บรรลุแล้วที่นี่
เราต้องเดินหน้าต่อสู้อย่างสันติ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของเรา ขอกล่าวอำลานักกิจกรรมผู้มั่งมั่นที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ พวกเขาร่วมสร้างฝาย หยุดรถขุด กางป้ายผ้ายักษ์ในสภาพการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด
เพื่อยุติการทำลายป่า
เราทำสิ่งนี้ทำไม
การหยุดการทำลายป่าในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย จำเป็นในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกินระดับที่ควบคุมได้
เพราะเป็นสาเหตุปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ใน 5 ส่วนของโลก การทำลายป่าฝนและป่าพรุในอินโดนีเซียปล่ิอยก๊า่ซเรือนกระจกปริมาณมหาศาล
อินโดนีเซียจึงเป็นผู้ก่อมลพิษต่อสภาพภูมิอากาศอันดับ 3 ของโลก
ประธานาธิบดียุดโฮโยโน แห่งอินโดนีเซียได้เคยให้คำมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่า
เราทำสิ่งนี้เพื่อช่วยให้เขาเปลี่ยนคำสัญญาเป็นการกระทำ
เราผิดหวังเมื่อได้ทราบข่าวว่าโอบามาขัดขวางความคืบหน้าของการเจรจาโลกร้อน โดยเลื่อนเวลาสำหรับการตัดสินใจเรื่องเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนทางการเงิน และการถ่ายโอนเทคโนโลยีบรรเทาและปรับตัวโลกร้อน สำหรับช่วยเหลือประเทศที่ำกำลังพัฒนา แ่ต่เรายังเดินหน้ากิจกรรมเพื่อยุติการทำลายป่าในอินโดนีเซียต่อไป
เราเรียกร้องให้โอบามาหยุดการทำลายป่า โดยไปประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้ และเจรจาให้ได้ข้อตกลงอันแข็งแกร่งเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
ผู้นำโลกต้องบรรลุข้อตกลงที่่มุ่งมั่น
มีพันธะทางกฎหมาย และจััดตั้งทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและยุติการตัดไม้ทำลายป่า
กรีนพีซแสดงตัวยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับพันธมิตรท้องถิ่น ผู้ต้องการปกปักษ์ป่าพรุและผืนป่า ที่จำเป็นยิ่งในการต่อสู้ภาวะโลกร้อน ลองอ่านดู คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง เหลือ 20 วันก่อนการประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติ ที่จะต้องได้ผลที่กู้วิกฤตโลกร้อน
---
จงขับไล่อาชญากรผืนป่า อย่าขับไล่ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ---
edit @ 16 Nov 2009 19:23:48 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
edit @ 16 Nov 2009 19:24:58 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
posted on 12 Nov 2009 21:30 by greenpeacesea
การหยุดการทำลายป่าเป็นหนึ่งในวิธีการที่รวดเร็วที่สุดในการกู้ วิกฤตโลกร้อน ในขณะนี้นักกิจกรรมจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศในอินโดนีเซียกำลัง ปฏิบัติการสันติวิธี ณ ที่ที่ป่าถูกทำลายมากที่สุด
ติดตามการปฏิบัติการสันติวิธีแบบเรียลไทม์ได้ที่
เว็บไซต์: http://bit.ly/1vhdxg
Twitter: http://twitter.com/greenpeaceth
บล็อก: http://bit.ly/1l8sLE
Facebook: http://www.greenpeace.or.th/facebook
posted on 13 Oct 2009 12:14 by greenpeacesea
เราหวังว่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามาจะทำให้เขากล้าหาญที่จะปฏิบัติตามความเชื่อมั่นของเขาในวิธีแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ...
อ่านต่อ
posted on 12 Oct 2009 16:14 by greenpeacesea
ในขณะที่การเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงเทพฯ กะโผลกกะเผลกมาถึงจุดสิ้นสุดในวันที่ 9 ตุลาคม 2552 กรีนพีซขอเรียกร้องให้ผู้นำของประเทศที่ร่ำรวยตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเมือง เพื่อยุติภาวะโลกร้อน
อ่านต่อ
posted on 02 Oct 2009 12:46 by greenpeacesea
ในที่สุดเราก็รวมรวมบล็อกให้เหลือที่เดียว
หลายปีที่ผ่านมาเราได้สร้างบล็อกแยกออกจากกันตามงานรณรงค์ครั้งต่างๆ แต่บัดนี้บล็อกนี้ (
http://blog.greenpeace.or.th) จะเป็นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับงานรณรงค์ทุกครั้ง นอกจากนี้บล็อกนี้จะเป็นที่แก้ตัวของเรา เพราะเราพลาดโอกาสเล่าเรื่องราวของผู้คนที่กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายครั้งนักที่เราไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวหลายต่อหลายเรื่องที่เกิดขึ้นหลังฉากงานรณรงค์ของเรา ทั้งเรื่องของผู้บริจาค นักระดมทุน อาสาสมัคร และ นักกิจกรรม ที่เสี่ยงชีวิตและอิสรภาพเพื่อสร้างความหวังให้โลกของเรา
ดูเหมือนฉันจะให้งานเข้ามาขวางทาง...
ดูเหมือนว่าฉันจะลืมเนื้องานที่แท้จริงของตัวเอง ฉันได้แบ่งแยกตัวเองเป็นส่วนๆ โดยให้ความสำคัญกับงานที่อยู่ในรายการหน้าที่งานของฉัน สิ่งนี้จะเปลี่ยนไป งานกับชีวิตต้องเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะท้ายที่สุดการทำงานเพื่ออนาคตสีเขียวและมีสันติภาพเป็นเรื่องของชีวิต และนั่นคือสิ่งที่เราหวังว่าจะแบ่งปันกับคุณในบล็อกนี้ ชีวิตในฐานะผู้อาศัยอยู่ในโลกอย่างชั่วคราว ที่กำลังออกเดินทางเพื่อปกป้องโลก
"ไม่มีผู้โดยสารบนยานอวกาศโลก มีเพียงลูกเรือเท่านั้น"
มาร์แชล แม็คลูฮาน
เราขอเชิญให้คุณร่วมเดินทางไปกับเรา
บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
http://blog.greenpeace.or.th